สาเหตุที่หลงทาง

posted on 13 May 2011 21:11 by normai
        อีกหนึ่งวันแล้ว,,,
     ที่ผมต้องตื่นมาทำงานเช้าตรู่,,,,
        ถ้าให้เราทำงานดึกดื่นขนาดนี้ ก็น่าจะให้เราพักผ่อนเยอะๆน๊าาาา,,,,
     อยากจะเลิกซะจริงๆ
.
.
.
        เวลาผ่านไปซักพัก ด้วยการดึงดูดกันของหนังตาล่างและบน
     ทำให้ผมเปิดตาแทบไม่ได้
        แต่ผมสามารถทำบางอย่างได้นะ
     อาบน้ำ,,,
     ใส่เสื้อ,,,
     หยิบกระเป๋าทำงานคู่ใจและเดินออกไปทำงาน,,,
        ผมสามารถทำได้โดยแทบไม่ต้องคิดด้วยซ้ำ
     อยากจะเลิกซะจริงๆ
.
.
.
        แน่หล่ะ ผมทำมันมา 10 ปีแล้วนี่
.
     10 ปี ที่ต้องตื่นเช้าแบบนี้
     10 ปี กับที่ทำงานที่เดิม
     10 ปี ที่ผมเหนื่อยมาก
.
        แต่ผลที่ได้มามันก็คุ้มใช่มั้ย?,,,,กับเงินเดือนที่ผมได้รับในวันนี้
     เงินเก็บในธนาคารซึ่งก็มีมากขึ้นทุกๆวัน,,,
        แต่ก็ไม่เคยได้มีเวลามาใช้เลย
     อยากจะเลิกซะจริงๆ
.
.
.   
        วันนี้ก็เหมือนทุกๆวัน กับเก้าอี้ตัวนี้
     ที่ๆนี้,,, 
    ,,,มันช่างน่าเบื่อหน่ายซะเหลือเกิน,,
     อยากจะเลิกซะจริงๆ
.
.
.
.
     "นี่ป้าแจ๋ว ถามจริง ทุกวันนี้บริษัทให้เงินเดือนป้าเท่าไหร่เนี่ย ป้าแจ๋ว"  ผมเห็นป้าแจ๋วเดินผ่านมาพอดีจึงถาม
.
     "โถ่ คุณพิทักษ์คะ เงินเดือนป้าก็ไม่ได้มากหรอ 4000 กว่าๆเองค่ะ"
.     
      4000 กว่าๆหรอ? เฉลี่ยแล้ววันละ 100 เองนะ สำหรับการกินอยู่
     " โห  ป้า  งี้ต้องอดมื้อกินมื้อน่ะสิ"
.
     " ก็ประมาณนั้นแหละค่ะ แต่ป้าก็ต้องทำแหละค่ะคุณพิทักษ์ ป้าต้องเก็บเงินไว้เยอะๆน่ะ"
.
     " เก็บเงินไว้เยอะๆ ทำไมหรอป้า ถ้าจำไม่ผิด ป้าไม่มีลูกนี่นา" ผมสงสัย จึงลองเสียมารยาทถามไป
.
     " ป้าจะไปซื้อที่ดินที่บ้านนอกค่ะ ที่สุพรรณ บ้านของป้าเองแหละ"
.
     " อ่าวป้า ทำไมไม่เก็บไว้รักษาเนื้อรักษาตัวหล่ะป้า" ผมสงสัยจึงถามอีก
.
.
     " โธ่ คุณพิทักษ์ 'สัตว์ในโลก ก็มีแค่มนุษย์เนี่ยแหละ ที่ไม่ยอมตายตามธรรมชาติ' ป้าเชื่อว่าถ้ามันถึงเวลา ก็ทำไรไม่ได้หรอกค่ะ ส่วนที่ป้าเอาไปซื้อที่ดิน ก็เพราะนั่นคือเป้าหมายของป้าค่ะ ที่อยากใช้เวลาสุดท้ายในชีวติปลูกข้าวให้คนไทยกิน เหมือนพ่อแม่ของป้าค่ะ ฮ่าๆ" ป้าแจ๋วตอบพร้อมกับแจกรอยยิ้มหวานแล้วก็เดินจากไป
.
.
      ,,, นั่นคือเป้าหมาย?,,,,
.
.
        จริงสิ,,,
     มันเป็นสิ่งที่ผมไม่มีมานานแล้ว ไอ้เป้าหมายอะไรนั่น
.
        ทุกวันนี้ผมยังถามตัวเองอยู่เลย ว่าทำอย่างนี้ไปเพื่ออะไรกัน
     เพื่ออะไรกัน?
     เพื่อเงินหรอ?
        ถ้าเพื่อเงินจริงๆผมก็ควรจะมีความสุขหลังเกษียรได้แล้วหล่ะ ฮ่าๆ
.
     แล้วผมทำเพื่ออะไร?
     เพื่อรักษาเนื้อรักษาตัวหรอ?
     แล้วผมจะรู้ได้ไงว่าอนาคตผมจะเป็นอะไร!!??
.
.
.
.
.
.
     สุดท้ายแล้วใครกันแน่ที่หลงทางหรือ?
     ,,,พิทักษ์ หรือ ป้าแจ๋ว??,,,

สาเหตุที่ควรจะฟัง

posted on 09 May 2011 20:40 by normai
      ,,,บ่ายนี้,,,
         หลังจากทำงานหนักมาตลอดช่วงเช้า
      ผมเลือกใช้เวลาว่างตลอดบ่ายในการจิบกาแฟที่ร้านคอฟฟี่ช็อปแห่งหนึ่งใกล้กับที่ทำงานของผม
.
.
      ผมทำเหมือนปกติ เข้าไปในร้านและสั่งกาแฟที่ตัวเองโปรดปราน
.
      "ลาเต้ นมเยอะๆนะน้อง"
.
         ในร้านตอนนี้ไม่มีลูกค้าเลย นอกจากผมคนเดียว
      ,,,ก็ดีเหมือนกันนะ จะได้สงบๆ,,,,ผมคิด
.
.
.
.
      "ลาเต้นมเยอะๆได้แล้วค่ะ"
         เสียงนี้ปลุกผมจากความเหนื่อยล้าในสมองจากการทำงาน
      ผมเผลอหลับขณะรอกาแฟหรอเนี่ย?
.
      เมื่อผมมองไปรอบๆร้านในตอนนี้ กลับไม่ได้ว่างเหมือนตอนผมมาเสียแล้ว
.
      มีผู้หญิงคนหนึ่งกับลูกของเค้ากำลังเดินเข้ามา
.
.
       "เอ่อ ขอคาปูชิโน่ค่ะ อ้าวไนท์ เอาอะไรดีครับลูก"
.
       "ผมอาว เป๊บซี่ครับคุงแม่"
.
      ผมอดขำไม่ได้ เมื่อได้ยินเสียงสนทนาระหว่างเด็กคนนั้นและแม่ของเขา
.
.
      เด็กนี่ช่างไร้เดียงสาจริงๆนะ ร้านกาแฟจะไปมีเป๊ปซี่ได้ไงเล่า
.
.
       "ร้านกาแฟ ไม่มีเป๊ปซี่หรอกลูก  งั้นเอาไมโลปั่นให้น้องไนท์ด้วยนะคะ"
          แม่ของเด็กพูดกับลูกของเธอ แล้วสั่งกับพนักงานต่อพร้อมยืนรอของอยู่ที่เคาท์เตอร์
       ผมจึงไม่ได้สนใจ และอ่านหนังสือพิมพ์ต่อไป
.
.
      "น้องไนท์ วันนี้เป็นไงบ้างจ๊ะ"
.
       ผมตกใจ พร้อมกับเลิกสนใจหนังสือพิมพ์ในมือ เพราะตอนนี้น้องไนท์และแม่มานั่งอยู่โต๊ะข้างหลังผมนั่นเอง
.
       "วันนี้อาจารย์ถามผมว่าอยากเปนอารายค๊าบคุณแม่"
.
       "แล้วลูกอยากเป็นอะไรจ๊ะ?"
.
       "ยังไม่รู้เลยค๊าบ คุณแม่ แต่คนในห้องไนท์ ส่วนหย่ายอยากเป็น 'หมอ' ทั้งนั้นเลยอ่ะค๊าบ"
.
       "แล้วไนท์ไม่อยากเป็นหมอหรอลูก?"
.
       "ไม่อ่ะค๊าบคุณแม่ ตอนไนท์ไปเจอหมออ่ะ ไนท์รอตั้งนาน แต่ก็พูดกะไนท์ไม่กี่คำเอง ชื่อก็ยังไม่ถามไนท์เลยอ่ะ แล้วก็สั่งอะไรก็ไม่รุ้กะคนอื่น ดูไม่น่าคุยด้วยเลยอ่า นิสัยม่ายดีเลย"
.
       "เค้าก็ถามอาการไนท์ไงจ๊ะลูก หมอเค้าจะได้จัดยาให้ไนท์ไง"
.
       "แม่ก็ถามไนท์อย่างเงี้ย แม่ก็น่าจะจัดยาให้ไนท์ได้สิ"
.
          ผมเหลือบเห็นสีหน้าคุณแม่หนักใจกับความคิดของลูกของเธอ
        แต่น้องไนท์ก็พูดต่อ
.
       "อีกอย่างนะค๊าบ หมอทุกคนดูน่ากลัวจะตาย ยิ้มก็ไม่ค่อยยิ้มให้ไนท์เลย ไนท์ไม่อยากเป็นหรอก หมออ่ะ"
.
          แม่น้องไนท์ดูหน้าตากังวลใจกว่าเก่า จากการที่ผมสังเกตุเห็น
          "อ้าวไนท์ กลับกันได้แล้วลูก"
          เธอพูดและผลุนผลันออกไปกับลูกของเธอ
         ผมนั่งครุ่นคริดอยู่กับคำพูดของเด็กคนนั้น
.
.
          บางทีความคิดของเด็กอาจจะเป็นความคิดที่บริสุทธ์ที่สุดแล้วในโลกใบนี้
.
       ไม่ได้รับการปรุงแต่ง,,,
       ไม่โกหก,,,
.
       และจริงใจเป็นที่สุด,,,
.
          เพราะสุดท้ายแล้วมนุษย์แล้วสิ่งที่มนุษย์เราต้องการมากที่สุดคงไม่ใช่ความสบายกาย
       แต่เป็นการสบายใจ ความสุข,,,ที่เกิดจากน้ำใจ
.
       ,,,ความเป็นมิตรและมีน้ำใจต่อกัน,,,
.
.
          ตายล่ะ ได้เวลากลับไปทำงานแล้ว
.
       "น้องครับ คิดตังด้วย"
.
       "ได้ค่ะ,,,คุณหมอ" พนักงานในร้านตอบ,,,
       เธอคงจะรู้เพราะเห็นเสื้อกราวน์ที่ผมใส่อยู่นั่นเอง,,,
       "ทั้งหมด 60 บาทค่ะ"
.
       ผมหยิบเงินให้เธออย่างพอดีและยิ้มให้,,,,
.
          นี่กระมัง
       คือสิ่งที่เราต้องการกันมากที่สุด
       ,,,,รอยยิ้มและความจริงใจ,,,,

สาเหตุที่ผมต้องไป

posted on 07 May 2011 19:44 by normai
      ,,,งานแต่งงาน,,,
.
.
         ทุกคนยิ้มแย้มยินดี กับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว
      รอยยิ้มที่เกิดจากความยินดี
.
      ,,,ยินดีเหรอ?,,,
      คงไม่ใช่ทุกคน
.
      อย่างน้อย
.
         ก็ยกเว้นผม ในวันนี้
      ผมคนนี้ บนเก้าอี้ตัวนี้
.
.
      จะให้ดีใจได้อย่างไร ในเมื่อ,,,
.
.
      อดีตของผม
.
.
      ตัวตนของผม
.
.
      ความทรงจำของผม
.
.
      หนึ่งในไม่กี่สิ่งที่ทำให้ผมมีความสุข
.
         กำลังอยู่บนเวที กล่าวขอบคุณคนที่มาในงานของเค้า
      เมื่อเห็นภาพนั้นก็ทำให้อดนึกถึงอดีตไม่ได้,,,
.
      อดีตที่ไม่มีวันหวนกลับมาอีกแล้ว
.
.
.
         สวนทางกับน้ำตาที่ผมต้องคอยกลั้นไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
      ทุกสิ้งในงานมันตอกย้ำจิตใจตลอดเวลา
      ถึงอย่างนั้นผมก็ยังต้องฝืนยิ้ม
.
      ยิ้มให้กับเค้า
.
      ยิ้มให้กับความเศร้าของตัวเอง
.
.
.
      มันบ้าสิ้นดี!!
.
.
.
      ,,,,รวีวรรณ รัก กฤษดา ,,,,
      ปรากฏอยู่ต่อหน้าผมในทุกๆสิ่งรอบตัวตอนนี้
.
      การ์ดเชิญ
.
      ป้ายบนเวที
.
      และความจริง,,,บนโต๊ะตัวนั้น ที่ทั้งสองกำลังนั่งคู่กัน
.
.
      นั่นมันคนของผม!
.
      คนที่ผมเคยใช้ชีวิต!
.
      เคยมีความสุข!
         และผมยังไม่เคยลืม,,,
      ไม่มีทาง ลืมได้เลย!
.
.
      สัมผัสอันเร่าร้อนผ่านร่างกายที่เปล่าเปลือยของผม และของเค้า ,, ,,
.
      เค้าลืมมันไปได้ยังไง!
.
      เค้าทำแบบนี้ได้ยังไง !
.
.
         ผมเดินไปที่โต๊ะตัวนั้นสำหรับการอำลาครั้งสุดท้าย
      ผมตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่เจอเค้าอีก
      แต่พอถึงเวลาจริง,,,
.
.
      ตอนนี้
      ต่อหน้าของผม ที่เค้าสองคนกำลังยืนอยู่คู่กัน
.
      คำพูดที่เตรียมมาบอกลา,,,
      มันได้หายไปหมดสิ้น
.
      หมดไปกับคราบน้ำตา
.
      ผมคงทำได้แค่เพียงเท่านี้ สิ่งที่ผมมีให้เค้าเสมอมา
      ,,,รอยยิ้ม,,,
      ก่อนจะเอ่ยลา
      ครั้งสุดท้าย,,,
      ตลอดไป และ ตลอดกาล
.
.
.
      "ลาก่อน , ,, ,,  กฤษ"